วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สะเตง(นอก)

เรียงความเรื่อง ประวัติสะเตง(นอก)
             เริ่มตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ยะลาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองปัตตานี ในรัชสมัยราชกาล ที่๕ ได้มีการปรับปรุงการปกครองแบส่วนภูมิภาคมาเป็นแบบเทศาภิบาล และได้ออกประกาศข้อบังคับสำหรับการปกครอง ๗ หัวเมือง ประกอบด้วยเมือง ปัตตานี หนองจิก ยะหริ่ง สายบุรี ยะลา ระแงะ และเมืองรามัน  ซึ่งในแต่ละเมืองมีพะยาเมืองเป็นผู้ข้าราชกาล โดยอยู่ในการดูแลของข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช แต่ละเมืองจะแบ่งเขตการปกครองออกเป็น อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน
 
            เทศบาลนครยะลา ได้สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2479 ตามพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งเทศบาลเมืองยะลา พ.ศ.2479 มีพื้นที่ประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร มีสำนักงานตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสะเตง อันเป็นที่ตั้งของจังหวัดยะลาเดิม ต่อมาได้ย้ายมาที่โรงเรียนซึ่งได้ก่อสร้างใหม่ใกล้ถนนสุขยางค์ (ปัจจุบันคือศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา) และต่อมาในปี 2509 ได้มีการเปลี่ยนแปลงขยายเขตเทศบาลตามพระราชกฤษฎีกาให้เปลี่ยนเขตเทศบาลนครยะลา พ.ศ.2509 ให้ขยายเขตเทศบาลออกไปอีกเป็น 19 ตารางกิโลเมตร และได้ยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลนครยะลา เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2538
 
สภาพทั่วไปของตำบล เทศบาลนครยะลาตั้งอยู่ที่ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา อยู่บริเวณตอนเหนือของจังหวัด มีพื้นที่ประมาณ 19 ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครตามทางรถไฟสายใต้ประมาณ 1,039 กิโลเมตร ตามถนนเพชรเกษมสายเก่า 1,395 กิโลเมตร และสายใหม่ 1,084 กิโลเมตร  ประกอบด้วย 13หมู่บ้าน ได้แก่  บ้านเบอร์เซ้ง บ้านมลายูบางกอก  บ้านเปาะยานิ   บ้านนัดโต๊ะมง  บ้านบาโงยบาแด   บ้านพงบูโล๊ะ   บ้านนิบงบารู  บ้านกำปงบูเก๊ะ   บ้านตือแลแมะ บ้านตือเบาะ   บ้านกำปงตือเงาะ   บ้านราโจ๊ะ   บ้านปรามะ  

อาณาเขตตำบล  ทิศเหนือ ติดต่อ ตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา และอำเภอยะรัง
จังหวัดปัตตานี
ทิศใต้ ติดต่อ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
ทิศตะวันออก ติดต่อ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
ทิศตะวันตก ติดต่อ ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
การเมืองการบริหาร   ฝ่ายบริหาร มี 5 คน ฝ่ายนิติบัญญัติ  มี  12  คน  บริหารในรูปแบบของสภาเทศบาล
จำนวนประชากรของตำบล
จำนวนประชากรทั้งสิ้น 76,853 คน เป็นชาย 37,818 คน เป็นหญิง 39,035 คน
การศสานา ส่วนใหญ่นับถือศสานาอิสลาม ลองลงมานับถือศสานาพุธทและอื่นๆ มีมัสยิ 21 แห่ง วัด 3แห่ง สำนักสงฆ์ 2 แห่ง ศาลเจ้า 2 แห่ง
ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ได้แก่ ค้าขาย ธุรกิจ รับจ้าง รับราชการ เกษตรกรรม
ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
1. ศาลหลักเมือง
2. สนามโรงพิธีช้างเผือก
3. สวนขวัญเมือง (พรุบาโกย)
4. ผังเมืองรวม
5. มัสยิดกลาง
 
       ตำบลสะเตงนอก เป็น 1 ใน 13 ของเมืองยะลา โดยมีพื้นที่ตั้งอยู่ในยะลาพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มส่วนใหญ่ มีภูเขาบ้าง  เดิมพื้นที่ของจังหวัดยะลา มีชื่อเรียกว่า สะเตง  จึงมีพื้นที่กว้างใหญ่มากยากแก่การปกครอง  ทางราชการจึงแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน ส่วนที่อยู่วงข้างใน มีชื่อเรียกว่า สะเตง  ส่วนพื้นที่ที่แบ่งออกจากสะเตงที่อยู่วงนอก มีชื่อเรียกว่า สะเตงนอก
 
แหล่งอ้างอิง


    

อำเภอน่าอยู่ คู่เมืองยะลา


           


  อำเภอเมืองเป็นอำเภอหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดยะลามีฐานะเป็นเมืองเรียกว่าเมืองยะลาสาเหุตที่เราเรียกว่าเมืองยะลานั้นเพราะพระยาเมืองคนเเรกได้ตั้งที่ทำการขึ้นที่บ้านยะลาคำว่ายะลาจึงเป็นชื่อเรียกคำว่ายะลาจึงเป็นชื่อเรียกสำเนียงภาษามลายูพื้นเมืองมาจากคำว่ายาลอซึ่งเเปลว่าเเหเเละอำเภอเมืองยะลาเดิมเเล้วตั้งอยู่ใกล้ภูเขายาลอห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองยะลาปัจจุบันไปทางทิศตะวันตกประมาณ๑๒กิโลเมตรต่อมาเมืองยะลาได้ยกฐานะเป็นเมืองๆหนึ่งของบริเวณเจ็ดหัวเมืองคำว่า"เมืองยะลา"หรือ"ยาลอ"ยังคงเรียกกันจนถึงปัจจุบันนี้


วัดคูหาภิมุข
         สำหรับดิฉันแล้วอำเภอเมืองเป็นอำเภอที่สวยงามถึงจะมีเหตุการณ์ที่ไม่สงบบ้างก็ตามเเต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าอำเภอเมืองก็เป็นเมืองที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลดั่งคำขวัญของจังหวัดยะลาที่ว่า"ยะลาใต้สุดสยามเมืองงามชายเเดน"เเละที่สำคัญอำเภอเมืองก็นับว่ามีสถานที่เเหล่งท่องเที่ยวหลากหลายอาทิเช่นวัดคูหาภิมุขหรือวัดหน้าถํ้าซึ่งเป็นวัดราษฏ์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายเมื่อพ.ศ.๒๓๙๐ผู้ใหญ่บ้านจะอาศัยอยู่ที่บ้านหน้าถํ้าจึงได้สร้างวัดคูหาภิมุขขึ้นเพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลภายในหมู่บ้านซึ่งภายในวัดจะมีถํ้าใหญ่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่อยู่ภายในถํ้าเเละยังมีหินงอก หินย้อย นํ้าใสสะอาดไหลรินจากโขดหินดังนั้นวัดคูหาภิมุขนับว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญของเมืองยะลาเลยก็ว่าได้เเละสถานที่เเห่งนี้ก็เคยมีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเเละสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีได้เสด็จมาประทับเเรมที่วัดเเห่งนี้ซึ่งมีพระปรมาภิไธยย่อว่า ป.ป.ร.ที่ผาหินในวัดคูหาภิมุขเเละนี่ก็คือตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวเเห่งหนึ่งที่มีความสำคัญต่อยะลามากเช่นกันเเละนอกจากมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆมากมายเเล้วอำเภอเมืองยะลาก็มีวัฒนธรรมประเพณีที่ต้อนรับอาเซียนด้วยเช่นกันอาทิงามมหกรรมเเข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียนซึ่งเทศบาลเมืองยะลาได้มีการเข้าร่วมกับ
เเข่งขันนกเขาชวา
 สุดท้ายนี้นอกจากอำเภอเมืองยะลามีความสวยงามด้านแหล่งท่องเที่ยวและประเพณีวัฒนธรรมแล้วคนยะลาก็ยังมีความงามด้านจิตใจอีกด้วย ทุกคนมีความโอบอ้อมอารี มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักซึ่งกันและกัน  ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่สงบใดๆมากก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเป็นอุปสรรคต่อคนยะลาทุกคน                              


  



เเหล่งอ้างอิง http://www.amphoe.com/menu.php?am=487&pv=45&mid=1
                   http://www.baanjomyut.com/76province/south/yala/costom.html







จัดทำโดย ด.ญ.รอฮีมะห์ หะยีดือเร๊ะ ม.๒/๒ เลขที่ ๑๗
                 





























วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เรียงความ ครั้งที่ 2



                     แสงสว่างในความมืด (บันนังสตา)


               อำเภอบันนังสตาอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทยตอนกลางของจังหวัดยะลา   ห่างจากอำเภอเมืองยะลา 39 กิโลเมตร มี 6 ตำบล 50 มีประชากรประมาณ  54,278 คน (พ.ศ.2552) มีสิ่งแวดล้อมไปด้วยภูเขาและป่าไม้    มีผลไม้นานาชนิดยังมีส่วนพาราส่วนมะนาว มีโรงเรียนอนุบาลประถมและมัธยม ประชากรส่วนใหญ่ของอำเภอบันนังสตาประกอบอาชีพทำสวนยางพารา ทำสวนผลไม้ และค้าขาย 


               ความเป็นมาของอำเภอบันนังสตาเดิมชื่อว่า อำเภอบาเจาะ ขึ้นกับเมืองรามัน ตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2450 ต่อมาได้ยกเลิกหัวเมืองต่าง ๆ จึงได้ย้ายอำเภอมาตั้งที่แห่งใหม่แล้วตั้งชื่อว่า อำเภอบันนังสตา เป็นภาษามลายูปัตตานี มาจากคำว่า บันนัง หรือ เบินดัง มีความหมายว่า "ที่นา" กับคำว่า สตา ที่หมายถึงต้นมะปราง รวมกันจึงมีความหมายว่า "นามะปราง" หรือ "ที่นาที่มองเห็นต้นมะปรางได้แต่ไกล"  ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของอำเภอ ได้แก่  ยางพารา  ลองกอง  ทุเรียน  กล้วยหิน  มะนาว และที่บ้านของฉันก็ได้ปลูก มะนาว ลองกอง ทุเรียน ยางพารา และอีกหลายๆอย่าง ซึ่งผลิตภัณฑ์ในโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ คือ กล้วยหินฉาบ ไม้กวาดดอกหญ้า  มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ ถ้ำกระแชง น้ำตกสุทาลัย  น้ำตกธารโต  เขื่อนบางลาง ถ้ำแรด โรงไฟฟ้าฝ่ายผลิต เขื่อนบางลาง อีก
โรงไฟฟ้าฝ่ายผลิต เขื่อนบางลาง
อย่างเขื่อนบางลางเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแห่งแรกของภาคใต้ สร้างกั้นแม่น้ำตาปีที่บ้านบางลาง สามารถเก็บกักน้ำได้ 1,420 ลบ.ม. บริเวณเหนือเขื่อนมีศาลาชมวิว มองเห็นทัศนียภาพ งดงาม แต่ทางขึ้นค่อนข้างสูงชัน มีบ้านพักรับรองหลายแบบ นอกจากนั้นที่เขื่อนยังมีบริการล่องแพชมทิวทัศน์เหนือเขื่อน อีกด้วยส่วนถ้ำกระแชง ตั้งอยู่ ตำบลบันนังสตา แล้วแยกเข้าไปตามทางลูกรังอีกประมาณ 3 กม. เป็นถ้ำที่สวยงามตามธรรมชาติ เพดานของถ้ำมีหินย้อยมากมาย ถ้ำที่อยู่ใกล้เคียงกับถ้ำกระแชงอีก 3 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำลูกอม ถ้ำน้ำลอด และถ้ำพระ
ถ้ำกระแชง
ลักษณะเด่นของถ้ำกระแชงคือ
มีลำธารไหลผ่านลอดถ้ำปากถ้ำเป็นโพรงขนาดใหญ่มองออกไปภายนอกเห็นป่าไม้ร่มรื่นและทิวทัศน์งดงาม                                                                                                                                      
แต่สภาพปัจจุบันหมู่บ้านฉันได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดในพื้นที่หลายครั้ง อย่างเช่น ลอบวางระเบิด เกิดการประทะผู้ร้ายกับเจ้าหน้าที่ และอีกหลายอย่าง จึงทำให้
ประชาชนได้เสียชีวิตหลายคน แม้กระทั้งเด็กๆสตรีร่วมไปถึงคนดีของสังคมหรือผู้นำก็ไม่เว้น  ทำให้ผู้คนในพื้นที่วิตกกังวลกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจในหมู่บ้าน การท่องเที่ยว การศึกษา และการทำงานของประชาชนร่วมถึงเจ้าหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชนต้องทำงานอย่างเข้มงวด                                                          

                                 
 แม้ว่าปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้น  เราก็ควรที่จะร่วมมือกัน เพื่อบ้านเมืองกลับสงบสุขอย่างเช่นเคย
ดังนั้นพวกเราทุกคนต้องร่วมมือกันช่วยเหลือต่อกัน มีความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อให้หมู่บ้านของเราสงบสันติสุขและนำสู่ความเจริญกลับมายังหมู่บ้าน อีกทั้งร้อยยิ้มและความสุขของชาวบ้านได้เห็นอีกครั้ง
 
แหล่งข้อมูล :
http://travel.thaiza.com/

  


ผู้จัดทำ :   เด็กหญิง ซากียะห์ อัลอิดรีศ   ชั้นม.2/2 เลขที่ 32 โรงเรียนพัทนาวิทยา