วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557


ตำนานเมืองโยนกเชียงแสน



                ตำนานฝ่ายลาว ได้เล่าไว้ว่า ท้าวฮุ่งนั้น เป็นลูกของขุนจอมธรรม แห่งเมืองสวนตาล (เมืองนาคอง)ตำนานเมืองพระเยา (พงศาวดรเมืองเงินยางเชียงแสน) ฝ่ายไทยว่า ขุนเจือง คือเป็นลูกขุนจอมธรรม เกิดที่เมืองพะเยา ต่อมาได้ครองเมืองพะเยา

สรุปแล้ว ท้าวฮุ่งหรือขุนเจียงนี้น่าจะเป็นคนเดียวกัน เป็นลูกของขุนจอมธรรม ประเด็นสำคัญอยู่ตรง บริเวณเมืองสวนตาลหรือเมืองนาคอง นั้นเป็นบริเวณเดียวกับเมืองพะเยา หรือไม่ เรื่องของท้าวฮุ่งหรือขุนเจืองนั้นในตำนานว่ามีถิ่นฐานตั้งแต่เมืองเงินยาง เชียงแสน ถึงเมืองพะเยา คือบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำกกของเชียงราย – พะเยา ซึ่งเรียกกันว่า โยนก โดยมีลำน้ำแม่กกเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง และมีบริเวณต่อเนื่องไปในดินแดนบางส่วนของเมียนม่าร์และลาว

                บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง ของเชียงใหม่ – ลำพูน นั้นมีพื้นที่เก่าแก่คือเมืองหริภุญชัย (ลำพูน) ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 (หลัง พ.ศ.1200) แคว้นละโว้ได้ขยายอิทธิพลขึ้นมาถึงบริเวณนี้ทำให้มีการพัฒนาบ้านเมืองขึ้นก่อนดินแดนของโยนกในตำนานสิงหนวัติ นั้น กล่าวว่าดินแดนของโยนกนั้นเดิมเป็นดินแดนของสุวรรณโคมดำ แต่ทิ้งร้างไปต่อเมื่อสิงหนวัติกุมารนำไพร่พลจากนครไทยเทศมาสร้างเมืองใหม่ ขึ้นตรงที่แห่งนี้ แล้ว จึงให้ชื่อว่า นาคพันธ์สิงหนวัตินคร ภายหลังเมืองนี้ได้เปลี่ยนเป็น โยกนนครไชยบุรี ราชธานีศรี ช้างแล่น  (เป็นเมื่อเอกหลวงของอาณาจักรช้างร้อง) ในที่สุดมีการเปลี่ยนชื่ออีกเป็น เชียงแสน ส่วนพลเมืองที่อยู่เมืองนี้เรียกตนเองว่า ยวนหรือชาวยวน

                คำว่า ยวน นั้นจึงเป็นชื่อที่ใช้เรียกคนไทยมาแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว และพม่าก็เรียกว่า ดินแดนตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน ว่า ยวน เช่นเดียวกัน แต่เรียกชาวเชียงใหม่ว่า ยูน ซึ่งคนไทย เข้าใจว่าเพี้ยนมาจาก ไตยนหรือไท-ยวน (ยูนในภาษาพม่าแปลว่า ข้าหรือทาสว่า ยูน และเรียกตัวเองให้สุภาพว่า ยูนโนก แปลว่า ทาสผู้ต่ำต้อยและเรียกผู้ที่พูดด้วยว่า ขิ่นพญาแปลว่า ท่านนาย... (จากเรื่องความเป็นมาของคำสยามฯ ของจิตร  ภูมิศักดิ์)

                ดังนั้น ดินแดนของโยนกในสมัยโบราณจึงเป็นถิ่นฐานของพวกยวน คืออยู่บริเวณที่ราบลุ่มจังหวัด เมืองเชียงรายกับจังหวัดพะเยา และบริเวณโดยรอบ ซึ่งมีภูเขาขนาบตามแนวทิศเหนือ – ใต้ จึงเป็นแหล่งกำเนิดของลำน้ำที่ไหลมาจากภูเขา (ดอย) ซึ่งไหลมาจากทิศตะวันตกลงแม่น้ำโขง ที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณนี้มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำกก แม่น้ำแม่ลาว แม่น้ำแม่อิง ทำให้เกิดที่ราบลุ่มสำคัญที่ตั้งถิ่นฐานของโยนกโบราณ ซึ่งมีเมือง (เวียง) อยู่ตามที่ราบลุ่มแม่น้ำดังกล่าวมากมาย ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่น่าจะสืบเนื่องมาจากตำนานเรื่องท้าวฮุง (ขุนเจือง) ดังกล่าว ที่ราบลุ่มแม่น้ำนั้นมีดังนี้

                ที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่จัน เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่สุดในเขตเชียงราย เนื่องจากมี ลำน้ำแม่จันลำน้ำแม่คำ ลำน้ำแม่สาย ลำน้ำรวก ซึ่งไหลลงแม่น้ำโขง ที่ราบกลุ่มนี้มีเมืองเชียงแสน เป็นเมืองสำคัญ โดยมีเมืองเล็ก (เวียง) หลายแห่ง เช่น เวียงหนองล่ม เวียงมโยรา เวียงแก้ว เวียงสีทวง และเวียงพาน  

                ที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่กก เป็นบริเวณที่มีแม่น้ำแม่กกไหลมาจากภูเขาที่อยู่ในรัฐฉานของเมียนม่าร์และภูเขาในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยไหลผ่านช่องเขาแคบ ๆ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านเขตจังหวัดเชียงราย ไปลงแม่น้ำโขงที่ สบ-กก (อยู่ใต้เชียงแสน) โดยมีเมืองเชียงรายเป็นเมืองสำคัญ และมีเมือง (เวียง) ไม่ต่ำกว่า 11 แห่ง

                ที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่ลาว  เป็นบริเวณที่ตั้งอยู่ระหว่างเขาดอยเวียงผา ด้านตะวันตกติดกับภูเขาดอยหลวงทางทิศตะวันออก (อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง) เป็นที่ราบที่อยู่ในหุบเขาแคบ ๆ โดยมีแม่น้ำแม่ลาว ซึ่งเกิดจากภูเขาไหลจากทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ ผ่านเวียงป่าเป้า (อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย) ผ่านช่องเขาสูง (อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย) แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือผ่านที่ราบในจังหวัดเชียงราย ไหลลงไปรวมกับแม่น้ำกกลงแม่น้ำโขง บริเวณนี้มีเมือง (เวียง) ตั้งอยู่มากมาย เช่น เวียงกาหลง เวียงป่าเปา เวียงแม่สาย เวียงไชยเป็ต้น โดยเฉพาะเวียงกาหลงนั้น พบว่าเป็นแหล่งเครื่องปั้นดินเผา ที่เกิดจากเตาเวียงกาหลงด้วย

    ที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่อิง เป็นบริเวณที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงราย อยู่รอบดอยหลักล้านกับดอยอีอ้วน ระหว่างดอยหลวงด้านทิศตะวันตกและดอยด้วนทางทิศตะวันออก โดยแม่น้ำแม่อิงไหลผ่านจากต้นน้ำบนภูเขาในเขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ไหลลงมาทางทิศใต้ ผ่านที่ราบลุ่มที่อุดมสมบูรณ์ มีลำนำ (ลำเหมือง) อยู่หลายสายไหลลงมายังแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญ บริเวณทางทิศเหนือกับทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของกว๊าน พะเยานั้น เป็นที่เนินสูงลาดลงมาจากที่สูงลงมาจากภูเขาทำให้น้ำท่วมไม่ถึง เหมะสำหรับการตั้งถิ่นฐานบ้านเมือง มีชัยภูมิดี จึงทำให้พบเมือง (เวียง) หลายแห่ง เช่น เวียงพะเยา เวียงต๋อม เวียงปู่ล่าม และเวียงแก้ว ส่วนด้านตะวันออกของกว๊านนั้นเป็นที่ราบลุ่มต่ำระหว่างดอยทางด้านตะวันตกกับดอยแม่ะ และดอยกิ่งแก้วด้านตะวันออก แม่น้ำแม่อิง ช่วงนี้เรียกแม่น้ำสายตา ซึ่งไหลออกจากกว๊านพะเยาผ่านขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านกลางคูน้ำ คันดิน ของเมืองโบราณ ชื่อ “เวียงลอ” (อำเภอจุน จังหวัดพะเยา) แล้วไหลขึ้นทางทิศเหนือ ผ่านอำเภอเทิงจังหวัดเชียงราย มี “เวียงเทิง” เป็นศูนย์กลางซึ่งมีดอยพระธาตุจอมจอ อยู่ริมแม่น้ำแม่อิง และด้านทิศตะวันตกนั้นก็มีพระธาตุเก่าแก่คือ พระธาตุจอมซิ่น จากอำเภอเทิงนั้น แม่น้ำไหลได้ขึ้นทางทิศเหนือถึงอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยมี เวียงเชียงของเป็นศูนย์กลาง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ใกล้ปากแม่น้ำอิง พบว่ามีเมืองโบราณอยู่ 2 แห่ง

        ที่ราบลุ่มแม่น้ำงาว (อำเภองาว จังหวัดลำปาง) อยู่ตามหุบเขารอบนอกที่มีความสัมพันธ์หรือเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นโยนกมาก่อน ลำน้ำงาวนี้เปนลำน้ำที่ไหลมาจากภูเขาที่อยู่โดยรอบ โดยไหลผ่านมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ลงไปสมทบกับลำน้ำยม ไหลผ่านอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ลงไปเมืองแพร่ และลงไปทางอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

                ดังนั้นบริเวณ อำเภองาว จังหวัดลำปาง และจังหวัดแพร่ จึงพบเมืองโบราณที่มีความสัมพันธ์กับเมืองต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่จัน แม่น้ำแม่กก แม่น้ำแม่ลาว แม่น้ำแม่อิง ดังกล่าว

สรุปสาระความรู้

                บริเวณดินแดนทางเหนือหรือแคว้นโยนกนั้น ได้มีชุมชนสำคัญที่ตั้งถิ่นฐานมาก่อนถือเป็นกลุ่มของชนชาติไทยที่ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก คือ เมืองเชียงแสน เมืองเชียงราย และเมืองพะเยา และเมืองต่าง ๆ ที่เรียกกันว่า เวียง จะถือเอาว่า ชนชาติไทยยุคแรกนั้น ได้ตั้งชุมชนของตนเป็นเวียง (เมือง) อยู่ในดินแดนตอนเหนือนั้นเอง  นอกจากบริเวณดังกล่าวแล้วนี้ ยังพบเวียงโบราณ (เมืองเก่า) อีกหลายแห่ง เช่น เวียงท่า กาน เวียงกุกาม ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น
 
จัดทำโดย เด็กหญิง  สุภาดา ยูโซ๊ะ ชั้น 2/2 เลขที่3
 

 

1 ความคิดเห็น:

  1. ถึงสุภาดา ยูโซะ
    ครูตรวจงานแล้วนะครับ ครั้งที่ ๑ คะแนน ๑๐ คะแนน ได้ ๔ คะแนนครับ
    ครูขอเป็นกำลังใจให้ในการปรับปรุงเรียงความให้สมบูรณ์นะครับ ดังนี้
    ๑. เขียงเรียงความไม่ตรงกับหัวข้อที่ครูสั่ง
    ๒ ให้เขียนเรียงความเรื่องใหม่ตามหัวข้อที่ครูสั่ง

    ตอบลบ